ทัวร์ส่วนตัวอิตาลี (ITA024) โปรแกรมทัวร์อิตาลี 7 วัน | เริ่มต้นและสิ้นสุดที่มิลาน
โปรแกรมทัวร์อิตาลี 7 วัน | เริ่มต้นและสิ้นสุดที่มิลาน
เส้นทางคลาสสิกในฝัน...จากเหนือจรดกลางอิตาลี
ออกเดินทางสู่ดินแดนแห่งศิลปะ สถาปัตยกรรม และความโรแมนติก กับทริป 7 วันสุดพิเศษ ที่เราคัดสรรเมืองงามและประสบการณ์ล้ำค่าไว้ให้คุณแบบครบทุกอารมณ์ ตั้งแต่มิลาน เมืองแฟชั่นระดับโลก...สู่ความเงียบสงบของทะเลสาบโคโม่และหมู่บ้านริมผาสุดโรแมนติกในชิงเคว เทเร
Day 1: Milan
Day 2: Milan - Lake Como - Bellagio - Varenna
Day 3: Varenna - Verona - Venice
Day 4: Venice - Florence
Day 5: Florence - Tuscany - Wine Tour
Day 6: Florence - Pisa - Cinque Terre
Day 7: Cinque Terre - Milan
Day 1 มิลาน (Milan) - ศูนย์กลางแฟชั่นและวัฒนธรรม
เช้าวันนี้คุณเดินทางถึงกรุงมิลาน เมืองเอกแห่งแคว้นลอมบาร์เดีย (Lombardy) ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองหลวงแห่งแฟชั่นและดีไซน์ระดับโลก อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์และศิลปะอันล้ำค่าแฝงอยู่ทุกมุมถนน
เริ่มต้นวันด้วยการเยี่ยมชม มหาวิหารมิลาน (Duomo di Milano) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองนี้ ตัวมหาวิหารเป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิกที่วิจิตรอลังการ ใช้เวลาสร้างยาวนานเกือบ 600 ปี คุณสามารถเลือกขึ้นไปบนดาดฟ้า (Terrace) เพื่อชมทัศนียภาพของเมืองมิลานและยอดแหลมปลายแหลมอันน่าทึ่งของมหาวิหารได้แบบใกล้ชิด
จากนั้นเดินเท้าเพียงไม่กี่ก้าวเข้าสู่ Galleria Vittorio Emanuele II ห้างสรรพสินค้าหรูหราอายุกว่า 150 ปี ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “ห้างสรรพสินค้าที่เก่าแก่ที่สุดในโลก” ภายในเป็นโถงโค้งประดับด้วยกระจกสีและโมเสกอันวิจิตร ที่นี่คุณสามารถเพลิดเพลินกับการถ่ายรูป ช้อปสินค้าแบรนด์เนมระดับโลก หรือแวะจิบกาแฟแบบอิตาเลียนในบรรยากาศสุดคลาสสิก
ต่อด้วยการเข้าชม Castello Sforzesco (ปราสาทสฟอร์เซสโก) ปราสาทโบราณที่เคยเป็นที่พำนักของตระกูลผู้ปกครองเมืองมิลานในอดีต ภายในปราสาทประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์และแกลเลอรี่มากมาย เช่น พิพิธภัณฑ์ศิลปะยุคกลาง และผลงานต้นฉบับของเลโอนาร์โด ดาวินชี สวนรอบปราสาทก็กว้างขวาง ร่มรื่น เหมาะแก่การเดินเล่นหรือถ่ายรูปเก็บความทรงจำ
ในช่วงเย็น คุณจะได้ไปเดินเล่นที่ย่าน Navigli ซึ่งเป็นย่านคลองสุดโรแมนติกของมิลาน เต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ แกลเลอรี่ และตลาดงานฝีมือริมคลอง บรรยากาศในยามเย็นแสนอบอุ่น เหมาะสำหรับการนั่งจิบไวน์ ทานอาหารอิตาเลียนแท้ ๆ และสัมผัสความมีชีวิตชีวาของชาวมิลานในแบบท้องถิ่น
Overnight: มิลาน
Day 2 มิลาน - ทะเลสาบโคโม่ (Lake Como) - เบลลาจิโอ (Bellagio) - วาเรนนา (Varenna)
เช้าวันนี้ออกเดินทางจากมิลาน มุ่งหน้าสู่ ทะเลสาบโคโม่ (Lake Como) โดยรถยนต์ คุณจะได้พบกับภูมิประเทศอันงดงามตระการตา - น้ำทะเลสาบสีฟ้าใสที่ทอดยาวโอบล้อมด้วยขุนเขา และหมู่บ้านริมฝั่งสุดแสนโรแมนติก
เมื่อเดินทางถึงเมือง โคโม่ (Como) เมืองเอกริมทะเลสาบที่เงียบสงบและงดงามอย่างมีเสน่ห์ คุณจะได้ ล่องเรือบนทะเลสาบโคโม่ ชมทิวทัศน์สุดโรแมนติกสองฝั่ง ทั้งคฤหาสน์หรูหรา วิลล่าของเหล่าคนดัง ต้นไม้สีเขียว และภูเขาที่สะท้อนลงบนผิวน้ำอย่างสงบเงียบ ภาพที่คุณเห็นตรงหน้านี้เปรียบเสมือนโปสการ์ดมีชีวิต
เรือจะพาคุณไปยัง เบลลาจิโอ (Bellagio) ไข่มุกแห่งทะเลสาบโคโม่ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดในอิตาลี เดินเล่นในย่านเมืองเก่าที่ปูด้วยหินกรวด ลัดเลาะขึ้นเนินผ่านตรอกเล็ก ๆ ที่มีทั้งร้านขายของพื้นเมือง คาเฟ่เก๋ ๆ และร้านไอศกรีมเจลาโต้ ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก หากมีเวลา คุณสามารถแวะพักที่ริมทะเลสาบเพื่อจิบกาแฟหรือไวน์เบา ๆ พร้อมชมวิว
ช่วงบ่าย เดินทางต่อโดยเรือไปยังฝั่งตรงข้ามของทะเลสาบสู่หมู่บ้าน วาเรนนา (Varenna) หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีความเงียบสงบ อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของชีวิตพื้นบ้านริมทะเลสาบ โดดเด่นด้วยอาคารสีพาสเทลเรียงรายตามแนวเชิงเขา
จากนั้นคุณจะได้เยี่ยมชม Villa Monastero คฤหาสน์เก่าแก่ริมทะเลสาบที่ถูกปรับเป็นพิพิธภัณฑ์และสวนพฤกษศาสตร์ ความงดงามของที่นี่อยู่ที่ทางเดินสวนริมทะเลสาบที่เรียงรายด้วยต้นปาล์ม รูปปั้นหิน ศาลา และพรรณไม้หลากชนิด พร้อมวิวที่ทอดออกไปยังผืนน้ำสีฟ้าอมเขียวของทะเลสาบโคโม่ เป็นสถานที่ที่ทั้งโรแมนติกและสงบเงียบ เหมาะสำหรับการถ่ายภาพและซึมซับความงามของธรรมชาติ
Overnight: วาเรนนา
Day 3 วาเรนนา - เวโรนา (Verona) - เวนิส (Venice)
เช้าวันนี้ออกเดินทางจากหมู่บ้านวาเรนนา ผ่านเส้นทางชนบทของแคว้นลอมบาร์เดียและเวเนโต สู่อีกหนึ่งเมืองสุดโรแมนติกของอิตาลี คือ เวโรนา (Verona) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งในการเดินทาง
เมื่อมาถึงเวโรนา เมืองแห่งความรักอมตะจากวรรณกรรมของเชกสเปียร์ คุณจะได้ เยี่ยมชม Casa di Giulietta หรือ “บ้านของจูเลียต” สถานที่ซึ่งเชื่อมโยงกับเรื่องราวรักโศกของโรมิโอและจูเลียต แม้จะเป็นเรื่องแต่ง แต่สถานที่แห่งนี้กลับกลายเป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
ด้านในคุณจะได้เห็น ระเบียงจูเลียต (Juliet's Balcony) อันโด่งดัง และสามารถสัมผัสรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ของจูเลียตที่เชื่อกันว่าหากลูบมือขวาบริเวณหน้าอก จะสมหวังในความรัก
จากนั้นเดินต่อสู่ Piazza delle Erbe จัตุรัสกลางเมืองเก่า ที่เคยเป็นตลาดโรมันโบราณ ปัจจุบันเต็มไปด้วยบรรยากาศคึกคัก ร้านค้าท้องถิ่น ร้านดอกไม้ คาเฟ่ และสถาปัตยกรรมงดงามสไตล์เรอเนสซองซ์ที่ล้อมรอบ
แล้วแวะชม Verona Arena โรงละครกลางแจ้งแบบโรมันที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 1 ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบันในการแสดงโอเปร่าและคอนเสิร์ตใหญ่ เป็นหนึ่งในอารีนาที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ที่สุดในยุโรป
หลังจากอิ่มเอมกับกลิ่นอายเมืองเก่าแห่งเวโรนาแล้ว เดินทางต่อสู่เมืองในฝันของใครหลายคน นั่นคือ เวนิส (Venice) เมืองแห่งสายน้ำ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
เมื่อเดินทางถึงท่าเรือของเวนิส เปลี่ยนพาหนะเป็นเรือเพื่อเข้าสู่ เกาะเวนิส (Venice Island) จุดหมายที่ไม่มีรถยนต์ แต่การสัญจรภายในเมืองต้องใช้เรือและเดินเท้า
หนึ่งในประสบการณ์พิเศษที่ไม่ควรพลาดคือ การนั่งเรือกอนโดลา - เรือพายท้องถิ่นสุดคลาสสิกของเวนิส ที่จะพาคุณล่องไปตามคลองสายเล็ก ๆ ซอกซอนผ่านอาคารเก่าแก่ สะพานหิน และบ้านเรือนที่สะท้อนลงผืนน้ำ เป็นช่วงเวลาสุดโรแมนติกที่ตราตรึงใจไม่รู้ลืม
จากนั้นเดินเที่ยวชม สะพาน Rialto สะพานหินโค้งที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดในเวนิส เชื่อมสองฝั่งของคลอง Grand Canal คุณสามารถเลือกเดินเล่นชมวิว หรือแวะร้านค้าท้องถิ่นบริเวณรอบสะพานที่มีทั้งของฝาก งานฝีมือ และเครื่องแก้วมูราโน
หลังจากนั้นให้เวลาเดินเล่นภายในเมืองเก่าของเวนิส ที่มีทั้งตรอกเล็กซอยน้อย อาคารสีพาสเทลสไตล์เวนิเชียน และกลิ่นอายเมืองโบราณผสมผสานกับศิลปะร่วมสมัย ให้คุณได้เก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย
Overnight: เวนิส
Day 4 เวนิส - ฟลอเรนซ์ (Florence)
เริ่มต้นเช้านี้ด้วยการเดินเที่ยวในเขต จัตุรัสเซนต์มาร์ค (Piazza San Marco) ใจกลางเกาะเวนิส ซึ่งเป็นจัตุรัสที่สำคัญและสวยงามที่สุดของเมือง บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยเสียงนกพิราบ เสียงดนตรีสด และกลิ่นอายประวัติศาสตร์ที่อบอวล
นำท่านเข้าสู่ มหาวิหารเซนต์มาร์ค (St. Mark’s Basilica) สถาปัตยกรรมอันวิจิตรที่ผสมผสานระหว่างศิลปะไบแซนไทน์และโกธิก โดดเด่นด้วยโดมขนาดใหญ่และกระเบื้องโมเสกสีทองที่เล่าเรื่องราวในพระคัมภีร์อย่างอลังการ ภายในประดับประดาไปด้วยศิลปะและสมบัติล้ำค่าจากยุคกลาง โดยเฉพาะ “Pala d’Oro” ฉากแท่นบูชาที่ตกแต่งด้วยทองคำและอัญมณี
จากนั้นเยี่ยมชม พระราชวัง Doge’s Palace (Palazzo Ducale) ที่ตั้งอยู่ติดกัน สถานที่พำนักของผู้ปกครองเวนิสในอดีต ซึ่งปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชม ภายในเต็มไปด้วยห้องโถงโอ่อ่าที่ประดับภาพเขียนเฟรสโก้จากศิลปินชื่อดัง และทางเดินลับสู่ สะพานถอนหายใจ (Bridge of Sighs) ซึ่งเชื่อมต่อไปยังเรือนจำโบราณ
หลังจากอำลาเวนิสช่วงสาย นั่งรถไฟด่วนความเร็วสูงมุ่งหน้าสู่เมือง ฟลอเรนซ์ (Florence) เมืองหลวงแห่งศิลปะของแคว้นทัสกานี ระหว่างทางท่านจะได้ชมทิวทัศน์ชนบทอันเขียวขจีผ่านหน้าต่างขบวนรถไฟ
เมื่อเดินทางถึงฟลอเรนซ์ เมืองที่เป็นแหล่งกำเนิดของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา (Renaissance) นำท่านเดินเที่ยวที่ Piazza della Signoria จัตุรัสใจกลางเมืองที่เปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ที่รายล้อมไปด้วยประติมากรรมคลาสสิก และอาคารสำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น Palazzo Vecchio ที่ยังใช้เป็นศาลากลางอยู่จนถึงปัจจุบัน
ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ ชมรูปปั้น David ของ Michelangelo (ออริจินัลจัดแสดงที่ Accademia Gallery หรือสามารถชมแบบจำลองที่ Piazza della Signoria) รูปปั้นนี้เป็นหนึ่งในผลงานประติมากรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก แสดงถึงพละกำลัง ความมุ่งมั่น และความงามในแบบอุดมคติของมนุษย์ในยุคเรอเนสซองซ์
ก่อนหมดวัน นำท่านขึ้นสู่ Piazzale Michelangelo จุดชมวิวบนเนินเขาสูงที่สามารถมองเห็นเมืองฟลอเรนซ์แบบพาโนรามา โดยเฉพาะวิวของแม่น้ำ Arno ที่ไหลผ่านเมือง และโดมมหาวิหาร Duomo ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ถือเป็นจุดถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในอิตาลี
Overnight: ฟลอเรนซ์
Day 5 ฟลอเรนซ์ - ทัสกานี (Tuscany) - ไวน์ทัวร์
เช้านี้เริ่มต้นวันด้วยการเยี่ยมชม มหาวิหารฟลอเรนซ์ (Duomo di Firenze) หรือชื่อเต็มคือ “Cattedrale di Santa Maria del Fiore” สัญลักษณ์สำคัญของเมืองฟลอเรนซ์ที่โดดเด่นด้วยโดมอิฐสีส้มขนาดมหึมา ผลงานของสถาปนิกชื่อก้อง บรูเนลเลสกี (Brunelleschi) ด้านนอกตัวอาคารตกแต่งด้วยหินอ่อนสามสี — ขาว เขียว และชมพู — อย่างประณีตวิจิตร
ถัดไปไม่ไกลคือ หอระฆัง Giotto (Campanile di Giotto) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งงานสถาปัตยกรรมที่น่าประทับใจ หากคุณมีพลัง ท่านสามารถเดินขึ้นบันได 414 ขั้นเพื่อชมวิวเมืองแบบ 360 องศาจากยอดหอคอยแห่งนี้
จากนั้นเลือกเข้าชมหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่โด่งดังที่สุดของอิตาลี:
- Uffizi Gallery - แหล่งรวมผลงานศิลปะจากยุคเรอเนสซองซ์ โดยเฉพาะภาพวาดของบอตติเชลลี (Botticelli), เลโอนาร์โด ดาวินชี (Leonardo da Vinci), และราฟาเอล (Raphael)
- Accademia Gallery - บ้านของ David รูปปั้นต้นฉบับของ Michelangelo ซึ่งถือเป็นงานประติมากรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก
หลังจากอิ่มเอมกับศิลปะและประวัติศาสตร์แล้ว ออกเดินทางสู่ใจกลางของแคว้นทัสกานี (Tuscany) สู่ดินแดนแห่งไร่องุ่นและเนินเขาสีเขียวกลิ้งไกลสุดลูกหูลูกตา ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษในการเดินทางเข้าสู่เขต Chianti อันเป็นแหล่งผลิตไวน์ชื่อดังระดับโลก
คุณจะได้ เยี่ยมชมไร่องุ่นท้องถิ่น และร่วมกิจกรรม ชิมไวน์ (Wine Tasting) ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบและงดงาม ทั้งไวน์แดงกลิ่นลึกและไวน์ขาวหอมละมุน พร้อมคำอธิบายจากผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ (sommelier) ที่จะทำให้คุณเข้าใจศิลปะการผลิตไวน์แบบดั้งเดิมของอิตาลีมากยิ่งขึ้น
ต่อด้วยการเดินทางสู่ เมืองซานจิมิกนาโน (San Gimignano) เมืองยุคกลางที่ได้รับฉายาว่า “เมืองแห่งหอคอย” เพราะเคยมีหอคอยสูงกว่า 70 หอในอดีต (ปัจจุบันเหลือราว 14 หอ) เดินเล่นในเมืองเก่าที่มีตรอกแคบ ๆ อาคารหิน และบรรยากาศยุคศตวรรษที่ 13 ที่ยังคงถูกอนุรักษ์ไว้ได้อย่างดีเยี่ยม คุณสามารถแวะชิมไอศกรีมเจลาโต้ที่เคยได้รับรางวัล Gelato World Champion หรือเลือกซื้อของฝากจากร้านเครื่องหนังและของพื้นเมือง
Overnight: ฟลอเรนซ์
Day 6 ฟลอเรนซ์ - ปิซา (Pisa) - ชิงเคว เทเร (Cinque Terre)
หลังอาหารเช้าที่ฟลอเรนซ์ ออกเดินทางสู่เมือง ปิซา (Pisa) เพื่อเยี่ยมชมสถานที่สำคัญระดับโลกที่ทุกคนรอคอย
เมื่อมาถึงแล้ว นำท่านเข้าสู่บริเวณ Piazza dei Miracoli หรือ “จัตุรัสแห่งปาฏิหาริย์” ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก พื้นที่กว้างใหญ่สีเขียวขจีแห่งนี้เป็นที่ตั้งของสิ่งปลูกสร้างอันยิ่งใหญ่ในศิลปะโรมาเนสก์
จุดไฮไลต์คือ หอเอนเมืองปิซา (Leaning Tower of Pisa) หอระฆังประจำมหาวิหารที่เอียงเอียงอย่างมีเสน่ห์ โดยการเอียงนี้ไม่ได้ตั้งใจ แต่เกิดจากการทรุดตัวของดินในช่วงเริ่มก่อสร้าง ทำให้กลายเป็นเอกลักษณ์ระดับโลก คุณสามารถเลือกถ่ายภาพสุดสร้างสรรค์ เช่น “ดันหอ” หรือ “ยกหอ” ได้ตามมุมยอดนิยม หรือหากต้องการประสบการณ์พิเศษ สามารถซื้อตั๋วขึ้นไปยังยอดหอเพื่อชมวิวโดยรอบจากมุมสูง
จากนั้นเดินชมรอบ ๆ มหาวิหาร Duomo di Pisa, หอศีลจุ่ม (Baptistery) และสุสาน Campo Santo ซึ่งทั้งหมดล้วนสร้างจากหินอ่อนสีขาวตัดกับท้องฟ้าและสนามหญ้าอย่างงดงาม นับเป็นหนึ่งในพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่สง่างามที่สุดในอิตาลี
จากปิซา เดินทางต่อไปยังชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของอิตาลี เพื่อไปยังดินแดนแสนงามที่เรียกว่า ชิงเคว เทเร (Cinque Terre) ซึ่งแปลว่า “ดินแดนทั้งห้า” ประกอบด้วยหมู่บ้านชาวประมงห้าหมู่บ้านที่ตั้งเรียงรายอยู่ตามแนวผาเหนือทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยหมู่บ้านทั้งหมดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักเดินทางสายธรรมชาติและวัฒนธรรม
เริ่มต้นการเดินชมหมู่บ้านจาก ริโอมัจจิโอเร (Riomaggiore) หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในหุบเขาแคบ ๆ บ้านเรือนหลากสีเรียงตัวแน่นบนผาสูง บรรยากาศคล้ายภาพวาดสีน้ำ เดินเล่นตามตรอกเล็ก ซึมซับกลิ่นอายพื้นเมือง
ต่อด้วยหมู่บ้าน มานาโรลา (Manarola) ที่หลายคนยกให้เป็นหมู่บ้านที่ “ถ่ายรูปสวยที่สุด” ของชิงเคว เทเร ทางเดินริมหน้าผา และวิวบ้านหลากสีตัดกับทะเลสีฟ้าเข้ม เป็นภาพที่คุณจะไม่มีวันลืม
จากนั้นเดินทางไปยัง เวอร์นาซซา (Vernazza) หมู่บ้านที่มีท่าเรือเล็ก ๆ และโบสถ์เก่าแก่ เป็นสถานที่ยอดนิยมในการชม พระอาทิตย์ตกดิน ที่ส่องแสงสีทองสะท้อนลงบนผิวน้ำ พร้อมฉากหลังเป็นหมู่บ้านหลากสีและภูเขาเขียวขจี
Overnight: หนึ่งในหมู่บ้านของชิงเคว เทเร
Day 7 ชิงเคว เทเร - มิลาน
เช้านี้เริ่มต้นอย่างผ่อนคลายที่หมู่บ้าน มอนเตรอสโซ อัล มาเร (Monterosso al Mare) ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ใหญ่ที่สุดในบรรดา 5 หมู่บ้านของชิงเคว เทเร และเป็นเพียงแห่งเดียวที่มีชายหาดกว้างให้ลงเล่นน้ำทะเลได้อย่างสะดวกสบาย
คุณสามารถเดินเล่นบนทางเดินเลียบชายฝั่ง ทอดสายตามองทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสีฟ้าใส หรือจะเลือกนั่งจิบกาแฟริมชายหาดในคาเฟ่ท้องถิ่น พร้อมเสียงคลื่นและกลิ่นลมทะเลอ่อน ๆ ที่ช่วยเติมเต็มเช้าวันสุดท้ายของทริปนี้ให้เต็มไปด้วยความสงบและความทรงจำแสนประทับใจ
จากนั้นออกเดินทาง กลับสู่เมืองมิลาน โดยระหว่างทางสามารถพักผ่อนหรือเพลิดเพลินกับวิวชนบทของแคว้นลิกูเรียและลอมบาร์เดียที่เปลี่ยนผ่านไปอย่างเงียบงาม
เมื่อเดินทางถึงมิลานช่วงบ่าย ให้เวลาคุณ ช้อปปิ้งส่งท้ายที่ย่าน Quadrilatero della Moda หรือ “สี่เหลี่ยมแห่งแฟชั่น” ซึ่งเป็นย่านการค้าแบรนด์เนมหรูระดับโลก เช่น Gucci, Prada, Versace, Armani และแบรนด์ดีไซเนอร์อิตาเลียนอีกมากมาย รวมถึงมีร้านแฟชั่นไลฟ์สไตล์ คาเฟ่เก๋ ๆ และห้างหรูที่ให้คุณได้เลือกสรรของฝาก ของใช้ หรือจะมองหาชุดสวย ๆ กลับบ้านก็ได้เช่นกัน
หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเตรียมตัว เดินทางกลับประเทศไทย
เต็มอิ่มกับประสบการณ์ท่องเที่ยวในอิตาลีตลอด 7 วัน ผ่านเมืองคลาสสิก ธรรมชาติงดงาม รสชาติอาหารท้องถิ่น และศิลปะอันลึกซึ้ง... ทริปที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและภาพความทรงจำที่จะอยู่ในใจคุณตลอดไป
ออกเดินทางพร้อมกัน! จองก่อนเต็ม
ติดต่อเราเพื่อจองบริการ / สอบถามข้อมูล
Tel: 083-035-9755
Email: netnapa.seeyouagain@gmail.com
Website: www.seeyouagain-europe.com
LINE ID: 004207289999999
ราคา
ค่ารถตู้พร้อมคนขับ ราคาเริ่มต้นวันละ 35,000 บาท
ราคารวม
1. ค่ารถตู้พร้อมคนขับ (ราคารวมค่าน้ำมัน ทางด่วน โรงแรมและอาหารของคนขับแล้ว)
2. ค่าประกันการเดินทางแบบกลุ่ม ตามกฏหมายกำหนด คุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์
ราคาไม่รวม
1. โรงแรมของท่าน
2. ที่จอดรถ จ่ายเป็นรายครั้งไป ตามโปรแกรมท่านเลือกเที่ยวจริง
3. กรณีรถโค้ช ราคาไม่รวม City permit จ่ายเป็นรายครั้งไป ตามโปรแกรมท่านเที่ยวจริง, หากมีเอารถลงเรือ Ferry จ่ายเองหน้างานตามจริง
4. ทิปคนขับ ตามพอใจ แนะนำ วันละ 40 ยูโร/คณะ
5. อื่น ๆ ที่ไม่เขียนว่ารวม เช่น อาหารเที่ยงและเย็น ค่ายกกระเป๋า ณ โรงแรมที่พัก ค่าวีซ่าและค่าตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ ตั๋วท่องเที่ยว จ่ายหน้างานเองตามจริง ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และหัก ณ ที่จ่าย 3%
6. หากต้องการหัวหน้าทัวร์ จ่ายเพิ่มวันละ 16,500 บาท ราคารวมโรงแรมและอาหารหัวหน้าทัวร์แล้ว
การจ่ายเงิน
• งวด 1 มัดจำ คณะละ 5,350 บาท สามารถจองผ่านบัตรเครดิต ผ่านหน้าระบบเวบไซต์ได้เลย จากนั้นเราจะออกใบจองทัวร์คอนเฟิร์มให้ท่าน (หากทริปไม่คอนเฟิร์ม จะคืนเงินให้ 100% ภายใน 7 วัน)
• งวดที่ 2 ท่านละ 5,000 บาท ภายใน 7 วัน หลังจากได้รับการคอนเฟิร์มแล้ว
• งวดที่ 3 ท่านละ 25,000 หลังจากวีซ่าผ่านแล้ว หรือ/และก่อนเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน
• งวดที่ 4 ท่านละ ที่เหลือ วันที่ 2 ของทริป หลังจากเราไปรับท่านแล้ว (เพื่อความมั่นใจ)
PRIVATE TOUR
- ทัวร์ส่วนตัวยุโรป (ITA023) อิตาลีเหนือ-เวนิส-มิลาน ฟินครบทุกไฮไลต์ (10 วัน 9 คืน) เที่ยวชิลล์ในสไตล์ส่วนตัว
- ทัวร์ส่วนตัวยุโรป (ITA021) เยอรมัน เชค ออสเตรีย อิตาลี เที่ยวเวนิส กลับมิลาน รวมมิตรจุใจ (9 วัน 8 คืน) บินตรง ขึ้นลงการบินไทย สะดวกสบาย
- ทัวร์ส่วนตัวยุโรป (ITA022) อิตาลีแบบอิตาลี อิตาลี่ แกรนด์แกรนด์ (GRAND GRAND ITALY) 12 วัน 11 คืน
- ทัวร์ส่วนตัวยุโรป (ITA020) สวิส - อิตาลี นั่งรถไฟเบอร์นิน่าเอ็กซ์เพรส และกลาเซียเอ็กซเพรส Switzerland – Italy (7 วัน 6 คืน)
- ทัวร์ยุโรปส่วนตัว (ITA019) เยอรมัน-อิตาลี 10 วัน 9 คืน (แบบเที่ยวไม่เหนื่อย)