เนตรนภา แก้วแสงธรรม สร้างแบรนด์ท่องเที่ยวให้ชุมชน อุดรธานี

เนตรนภา แก้วแสงธรรม สร้างแบรนด์ท่องเที่ยวให้ชุมชน อุดรธานี



ถึงเวลารีแบรนด์ AMAZING THAILAND

สู่ภาพลักษณ์ใหม่ ทุกตำบลคือแบรนด์ ทุกชุมชนคือเรื่องเล่า

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยที่เคยเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจ กำลังเผชิญหน้ากับทางแพร่งครั้งสำคัญ เมื่อการท่องเที่ยวมีแนวโน้มซบเซาอย่างต่อเนื่อง เพราะปัจจัยรอบด้าน

กลุ่ม "4 นักสร้างแบรนด์และนวัตกรรมการสื่อสารคนรุ่นใหม่" จึงได้ออกมาเสนอยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทยว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่

พร้อมชี้ชัดว่าสโลแกนหรือแนวคิดแบบ "Amazing Thailand" ยุคเดิมที่เน้นการกวาดต้อนนักท่องเที่ยวเชิงปริมาณ (Mass Tourism) และเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนขนาดใหญ่ในเมืองท่องเที่ยวหลักนั้น

ไม่ตอบโจทย์ความยั่งยืนอีกต่อไป ควรทลายทุนผูกขาด-เลิกกวาดทริปปริมาณ

จุดเปลี่ยนท่องเที่ยวไทยหลังยุคโควิดให้กระจายสู่ทุกเทศบาลตำบล

“เราต้องพลิกโฉมสู่ “การท่องเที่ยวแบบไทยที่ยั่งยืน (Sustainable Thai Tourism)” ที่กระจายรายได้และอำนาจการบริหารลงสู่ชุมชนอย่างแท้จริง” เนตรนภา แก้วแสงธรรม ผู้บริหาร บริษัท ซียูอะเกน จำกัด

และสื่อมวลชนอาวุโส กล่าว “พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวยุคปัจจุบันถวิลหา "Authenticity" หรือความจริงใจดั้งเดิมของท้องถิ่น มากกว่าการเซ็ตฉากทัศน์เพื่อการค้า"

“ทุกตำบล ทุกเทศบาล หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ จำเป็นต้องลุกขึ้นมาสร้างแบรนด์การท่องเที่ยวที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ใช่การลอกเลียนแบบโมเดลความสำเร็จของเมืองใหญ่

แต่เป็นการถอดรหัส (Decoding) ทุนวัฒนธรรม ทุนมนุษย์ และภูมิปัญญาในตารางนิ้วของตัวเอง เพื่อปักหมุดตำแหน่งแห่งที่ในหัวใจของนักท่องเที่ยว”

กวีวัธน์ คุณาพัทธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อสารองค์กร ฉายภาพสะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงว่า “อดีตเราเคยขายสถานที่ แต่วันนี้โลกเปลี่ยนเป็น “ขายความรู้สึก” นักท่องเที่ยวไม่ได้อยากแค่ไปทะเล

แต่ต้องการ ประสบการณ์ ไม่ได้อยากแค่ไปวัด แต่ต้องการ “เรื่องเล่า” ประเทศไทยไม่ได้ขาดสถานที่ท่องเที่ยว แต่กำลังขาด ‘แบรนด์’ ที่ทำให้คนจดจำ และเรื่องเล่าที่ทรงพลัง

“ทุกตำบลต้องสร้างแบรนด์ ที่ไม่จำเป็นต้องเหมือนกรุงเทพ ไม่จำเป็นต้องเหมือนภูเก็ต แต่ทุกพื้นที่ต้องตอบให้ได้ว่าเราเป็นใคร คนจะจำเราเรื่องอะไร ถ้ามาแล้วจะรู้สึกอะไร

อนาคตของการท่องเที่ยวไม่ใช่การแข่งขันว่าใครมีทะเลสวยกว่า ถ่ายภาพสวยกว่า แต่คือใคร ‘เล่าเรื่องตัวเอง’ ได้ดีกว่า สร้าง Soft Power ท้องถิ่น คือ ทุนทางวัฒนธรรม”



เพ็ญมาศ อติศัพท์ นักวิชาการด้านนวัตกรรมเอไอ ระบุว่า นักท่องเที่ยวยุคหลังโควิดไม่ชอบโฆษณาที่เกินจริง แต่โหยหาความจริงใจและวิถีชีวิตดั้งเดิม

รัฐบาลต้องเลิกมองสินค้าชุมชนเป็นแค่ "ของฝากราคาถูก" แต่ต้องใช้กลไกของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอุตสาหกรรมเข้ามาทำให้ โอท็อปเป็น Local Luxury

โดยการนำดีไซเนอร์ระดับประเทศหรือระดับสากลลงพื้นที่ทำ Cross-Branding ร่วมกับชุมชน

“รัฐบาลต้องติดอาวุธเทคโนโลยีให้ชาวบ้าน ปลดล็อกกฎหมายและจัดสรรงบประมาณตรงสู่ท้องถิ่น ให้เทศบาลสามารถลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล แพลตฟอร์มชุมชน

และการสร้างแบรนด์อัตลักษณ์เมือง (Place Branding) ได้อย่างคล่องตัว มีงบประมาณและอำนาจทางกฎหมายในการพัฒนาแพลตฟอร์มของตนเองได้อย่างเต็มที่ เพราะชาวบ้านในชุมชน

ไม่มีงบประมาณจ้างเอเจนซี่โฆษณาแพง ๆ กระทรวงดิจิทัลเพื่อ เศรษฐกิจและสังคม (DE) อาจร่วมมือกับสถาบันการศึกษา เช่น มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) ในการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ดิจิทัลชุมชน

บ่มเพาะทักษะการใช้สมาร์ตโฟนและเทคโนโลยี AI ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ข้าราชการท้องถิ่นและชาวบ้านเข้าถึงฟรี”

ด้าน เมธิกา เมฆฉาย นักวิชาการอิสระด้านการสื่อสาร และประธานกลุ่มเกษตรกรอัจฉริยะรุ่นใหม่สุราษฎร์ธานี ได้ร่วมสรุปสูตรสำเร็จการเป็นนักสื่อสารชุมชนผ่านหลักคิดว่า ทุกตำบลต้องสร้างแบรนด์

ทุกชุมชนต้องมีเรื่องเล่า และทุกคนต้องเป็นนักสื่อสาร



“เพราะคนที่เล่าเรื่องของตัวเองได้ดีที่สุด คือคนที่อยู่ในชุมชนนั้นเอง โดยใช้ Smart Technology เป็นเครื่องมือสำคัญในการพาแบรนด์ท้องถิ่นไปสู่สายตาของโลก หากมีแค่นักประชาสัมพันธ์ของเทศบาล

หรีอ ททท. โพสต์อยู่ฝ่ายเดียว อัลกอริทึมของโลกโซเชียลจะไม่มีวันดันให้คลิปเป็นไวรัลได้ พลังที่ขับเคลื่อนพร้อมกันนี้จะสร้างแรงกระเพื่อมมหาศาลบนโลกออนไลน์ ดันเศรษฐกิจฐานรากตรงสู่มือชาวบ้านทันที”

ทั้งนี้ 4 นักสร้างแบรนด์ด้านการท่องเที่ยว ได้ร่วมลงพื้นที่เวิร์คชอปถอดรหัสแบรนด์สร้างสรรค์ร่วมกับ เทศบาลตำบลผักตบ อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี

ภายใต้แคมเปญ "Pak Tob Decoded: 1 เส้นทาง 3 อัตลักษณ์ (ผักตบ บ้านเชียง คำชะโนด)" พลิกโฉมตำบลผักตบ จากทางผ่านสู่ประตูหน้าด่านสายมูระดับประเทศภายใต้คอนเซปต์ “ผักตบ…ประตูสู่คำชะโนด”

และได้ร่วมกันสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ต้นแบบอย่างเป็นทางการขึ้นที่เว็บไซต์ https://phaktop.wanpean.com/ เพื่อให้ทุกคนในชุมชนมองเห็นภาพเดียวกัน

เดินหน้าขับเคลื่อนแบรนด์ และส่งต่อเรื่องราวดี ๆ ของบ้านตนเองสู่สายตาชาวโลกอย่างยั่งยืนสืบไป

“ทุกคนเป็นนักสื่อสาร ทุกชุมชนเป็นแบรนด์ ทุกตำบลเป็นจุดหมาย”

“เรื่องเล่าดี มีค่ากว่าป้ายโฆษณา”

“ชุมชนสร้างเรื่อง เมืองสร้างแบรนด์ ประเทศสร้างมูลค่า"