ทัวร์ยุโรปส่วนตัว (GER024) เยอรมัน-อิตาลี แบบเที่ยวไม่เหนื่อย (10 วัน 9 คืน)

ทัวร์ยุโรปส่วนตัว เยอรมัน-อิตาลี 10 วัน 9 คืน (แบบเที่ยวไม่เหนื่อย)

ทัวร์ยุโรปส่วนตัว เยอรมัน-อิตาลี ทริปไม่เหนื่อย ไม่เปลี่ยนเมืองบ่อย เลือกแต่เมืองสวย สะดวกบินตรงการบินไทย เริ่มที่มิวนิค กลับที่มิลาน

Day 1 - Munich, Germany
Day 2 - Munich, Germany
Day 3 - Innsbruck, Austria
Day 4 - Innsbruck, Austria
Day 5 - Venice, Italy
Day 6 - Venice, Italy
Day 7 - Venice, Italy
Day 8 - Verona - Milan, Italy
Day 9 - Milan, Italy
Day 10 - Milan, Italy - airport 

ทัวร์ยุโรปส่วนตัว เยอรมัน-อิตาลี 10 วัน 9 คืน (แบบเที่ยวไม่เหนื่อย)

1 Munich, Germany


ตอนเย็น รับท่าน ณ สนามบินมิวนิค จากนั้นเดินเล่นเมืองเก่าย่าน Marienplatz ลานคนเดิน เสาพระแม่มารีทองคำ หอนาฬิกาสูง 85 เมตร ที่มีตุ๊กตาเกือบเท่าคนจริงเต้นระบำกว่า 32 ตัว และ “มิวนิคเรสซิเด้นท์” (ด้านนอก) และดินเนอร์แถบนี้

ค้างคืนที่มิวนิค คืนแรก

2 Munich, Germany


วันนี้ พาเที่ยวมิวนิคเต็มวัน เมืองมิวนิค (Munich) เป็นเมืองร่ำรวยที่สุดเมืองหนึ่งของเยอรมัน และเป็นเมืองศูนย์กลางผลิตรถ BMW และเป็นเมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ (รองจากเบอร์ลินและฮัมบูร์ก) หนึ่งในเมืองที่มั่งคั่งที่สุดของยุโรป เมืองแห่งเทศกาลเบียร์และคอบอล เป็นเมืองชอปปิ้งถูกใจนักท่องเที่ยว มีแหล่งชอปปิ้งมากมาย และสีสันแห่งเมืองเศรษฐกิจ

ช่วงเช้า ชม พระราชวังนิมเฟนเบิร์ก ตั้งอยู่ที่มิวนิคในแคว้นบาวาเรียในประเทศเยอรมนี นิมเฟนเบิร์กเป็นวังฤดูร้อนของพระราชวงศ์ผู้ปกครองบาวาเรีย ผู้ริเริ่มสร้างปราสาทคือเฟอร์ดินานด์ มาเรีย เจ้าชายอีเล็คเตอร์แห่งบาวาเรีย และ เฮ็นเรียตตา อเดลเลดแห่งซาวอยตามแบบของสถาปนิกอากอสติโน บาเรลลิในปี ค.ศ. 1664 หลังจากทรงมีพระโอรสองค์แรก, แม็กซิมิลเลียน ที่ 2 เอ็มมานูเอลเจ้าชายอีเล็คเตอร์แห่งบาวาเรีย ส่วนกลางของวังสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1675

จากนั้น “โชว์รูม BMW” นวตกรรมรุ่นใหม่ของ BWM ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามโอลิมปิคสเตเดี้ยมพาร์ค BMW MUSEUM จะบอกเล่าประวัติศาสตร์ความเป็นมาของรถBMW (BAVARIAN MOTOR WORKS) ซีรี่ส์ต่างๆ ตั้งแต่รุ่นโบราณจนมาถึงรุ่นปัจจุบัน

ชมโลกของ BMW หรือ BMW Welt ในภาษาเยอรมัน หรือ BMW World ในภาษาอังกฤษเป็นอาคารเอนกประสงค์ของ BMW มีทั้งนิทรรศการ BMW มอเตอร์โชว์เป็นทั้งที่ให้บริการลูกค้าของ BMW เป็นทั้งโชว์รูม และ ศูนย์จำหน่าย BMW มีภัตตาคาร ร้านอาหาร ค้อฟฟี่ช้อป และร้านขายของที่ระลึกของ BMW ไว้บริการลูกค้า

พาเดินชม โอลิมปิคสเตเดี้ยมพาร์ค หากต้องการ

ชอปปิ้ง ณ ย่าน Odeonsplatz และ Karlplatz ตามอัธยาศัยเพื่อซื้อของฝากก่อนกลับเมืองไทย

ค้างคืนที่มิวนิค คืนที่สอง

3 Innsbruck, Austria


ช่วงเช้าออกเดินทาง 170 กม. ไปประเทศออสเตรีย เพื่อเที่ยวเมือง Innsbruck, Austria เมืองสวรรค์ของนักสกี รอบ ๆ เมืองถูกโอบกอดด้วยเทือกเขาแอลป์ 360 องศา มีแม่น้ำอินส์ Inn ผ่านรอบๆ เมือง ทำให้มีบรรยากาศอลังการ เพราะภูเขาใหญ่มาก จนบ้านเมืองเล็กไปเลย และมีน้ำใสสดชื่นไหลผ่าน ผังเมืองเรียบร้อย สะอาดน่าอยู่ พาชมวิวพาโนราม่าของเมือง ณ เคเบิ้ล NORDKETTENBAHNEN หากต้องการ
       
จากนั้นชมเมืองเก่า ถนนมาเรีย เทเรสเซียน ซตราสเซอ (Maria-Theresien- Strasse) และถนนแฮร์ซอก ฟริดริช ซตราสเซอ (Herzog-Friedrich-Strasse) ชมอาคารสไตล์บารอคที่แสนงดงาม และจุดเด่นของเมืองนี้คือ บ้านหลังคาทองคำที่มีชื่อเสียง (Golden Roof) อาคารเก่าแก่ในอดีตเคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์ทิโรล เวลาเสด็จเพื่อมาประทับชมการแสดงของชาวเมือง หลังคาเป็นสีทองเหลืองเพราะทำจากแผ่นทองแดงที่ชุบทองให้สมพระเกียรตินั่นเอง
       
อิสระให้ชอปปิ้งตามอัธยาศัย หรือชมพิพิธภัณฑ์ เช่น FERDINANDEUM TYROLEAN STATE MUSEUM / Stadtmuseum / ARSENAL MUSEUM / หรือปราสาท Ambras Castle
       
ค้างคืน Innsbruck คืนแรก

4 Innsbruck, Austria


ช่วงเช้า เที่ยวปราสาท Schloss Ambras พระราชวังประจำเมืองอินสบรูกส์ ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 โดยจักรพรรดิ์เฟอร์ดินันท์ ที่ 2 ประดับด้วยภาพเขียนของศิลปินดังๆ ออสเตรียน จำนวนมาก

จากนั้น ออกเดินทางไปสู่เมืองวัตเท่นส์ (Wattens) ระยะทาง 20 กม. เข้าชม Swarovski Kristallwelten ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์คริสตัลสวารอฟสกี้ที่มีชื่อเสียง เพลินเพลินกับการชมคอลเล็กชั่นต่าง ๆ จากอดีตจนถึงปัจจุบัน และเลือกซื้อคริสตัลกลับไปเป็นของฝากในราคาโรงงาน

จากนั้นเที่ยวเมืองเล็กน่ารัก ที่อยู่ใกล้ๆ กัน อย่าง Hall in Tirol, Austria

ค้างคืน Innsbruck คืนที่สอง


5 Verona, Italy - Venice, Italy

 

วันนี้ระยะทางจากอินสบรูกส์ ไปเวนิส ประเทศอิตาลี ประมาณ 400 กม. จะเน้น แวะเที่ยวระหว่างทาง ก่อนไปนอนตอนค่ำที่เวนิส

หากเคเบิ้ลเปิด แนะนำให้แวะ เมืองออร์ติเซ่ (ORTISEI) ศูนย์กลางอุทยานโดโลไมท์ ที่อยู่ในหุบเขา มีเทือกเขาล้อมตระการตา

หากอากาศดี นั่งกระเช้าขึ้น Seilbahn Seceda สู่บนเนินเขาที่เรียกว่า ALPE DI SIUSI ชมวิวทิวทัศน์เทือกเขาโดโลไมท์ ทุ่งหญ้าราบเลียบบนภูเขา ที่ได้ขึ้นชื่อว่ากว้างใหญ่ที่สุดในยุโรป ขึ้นชมวิวอันตระการตา ที่ ซึ่งเป็นเคเบิ้ลใจกลางแคว้นโดโลไมต์ ของอิตาลีที่งดงาม

แวะชมเมืองในแคว้นโดโลไมต์อย่าง เมือง Bolzano ที่เป็นศูนย์กลางการเที่ยวแคว้นทิโรลใต้ของอิตาลี

ได้เวลาพอสมควร จากนั้นเดินทางไปเวนิส

ค้างคืนที่เวนิส คืนแรก


6 Venice, Italy


วันแรก เที่ยวเกาะเวนิสเต็มวัน เกาะตั้งอยู่ในทะเลเอเดรียติก (Adriatic Sea) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดังที่สุดของอิตาลี ตัวเมืองสร้างขึ้นบนเกาะที่ทำจากเสาไม้ จึงใกล้ถึงเวลาล่มสลายในอีกไม่กี่สิบปี เมืองแห่งสายน้ำ เอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ไม่มีถนนรถวิ่ง มีแต่คลอง และเรือกอนโดล่า บ้านเรือนเก่าแก่ เกาะ สะพาน ตลาด และโบสถ์วังต่างๆ อยู่รวมกันอย่างอลังการงานสร้าง

ท่านสามารถนั่งเรือชมแกรนด์ คาแนล และเดินชมเกาะเวนิชครบไฮไลต์ ได้แก่ โบสถ์ซานมาร์โค มหาวิหารซานมาร์โก้ โบสถ์สำคัญแห่งเมืองเวนิส หลังคาของมหาวิหารซานมาร์โกสร้างแบบโดมสุเหร่าของศาสนาอิสลาม โดมกลางมีขนาดใหญ่ที่สุด ประดับโมเสกสีทองอร่ามตั้งแต่หลังคาจรดพื้น จึงได้รับสมญานามว่า “Church of Gold”

ชมพระราชวังดอจ เป็นพระราชวังสไตล์โกธิค ของดยุคผู้ครองเมืองเวนิส ภายในพระราชวังประดับด้วยทองคำ และมีภาพจิตรกรรมมากมาย

ชมสะพานชื่อดัง สะพานรีอัลโต ที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะมาถ่ายรูปมากที่สุด ซึ่งอีก 2 สะพานที่มีชื่อเสียง คือ Accademia Bridge และ Scalzi Bridge เพราะสะพานแห่งนี้มีความเก่าแก่ที่สุด

ค้างคืนที่เวนิส คืนที่สอง


7 Venice, Italy



เวนิส วันที่สอง นั่งเรือไปเกาะมูราโน่ และบูราโน่

“มูราโน่” เกาะนี้ผู้คนมีอาชีพทำเครื่องแก้วแบบโบราณเป็นเอกลักษณ์ ท่านสามารถเลือกชมพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเครื่องแก้ว ที่มูราโน่ และชอปปิ้งของพื้นเมืองมากมาย

จากนั้น นั่งเรือไปยังเกาะ “บูราโน่” ชมความงามของบ้านเรือนน่ารักๆ และพิพิธภัณฑ์ผ้าลูกไม้ ที่บูราโน่ เป็นเกาะที่ชาวบ้านมีฝีมือทำผ้าลูกไม้ 

กลับมายังเกาะเวนิส ขึ้นหอระฆังซานมาร์โก สูงถึง 98 เมตร ที่ตั้งอยู่ด้านหน้ามหาวิหารซานมาร์โก ที่นี่เป็นอีกแลนด์มาร์คที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพ และยังเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นบันไดไปชมวิวสวยๆ ของเมืองเวนิส

อิสระชอปปิ้งตามอัธยาศัย

ตอนค่ำคืน ชมคอนเสิร์ตหากต้องการ

ค้างคืนที่เวนิส คืนที่สาม


8 Verona - Milan, Italy


ออกเดินทางจากเกาะเวนิส เพื่อไปเที่ยวเมืองเวโรน่า Verona สถานที่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยเหตุที่มีความสำคัญทางศิลปะและวัฒนธรรมที่เห็นได้งานนิทรรศการประจำปีหลายงาน โรงละคร และอุปรากรในโรงละครกลางแจ้งที่สร้างโดยโรมัน โด่งดังจากเรื่อง ฉากของหนังโรมิโอ แอนด์ จูเลียต

เมืองต้นกำเนิดของนิยายรักอมตะโรมิโอและจูเลียต ที่เล่าขานกันมากว่า 700 ปีโดยท่านเชคเปียร์ นำชมบ้านเลขที่ 23 ของจูเลียต คาปูเลต์ กับภาพของระเบียงแห่งเรื่องราวโรแมนติก ที่จูเลียตเฝ้ารอคอยพบโรมิโอทุกค่ำคืน

ชมบ้านของจูเลียต ตั้งอยู่ที่ถนน Via Cappello จริงๆ แล้วบ้านหลังนี้เป็นบ้านของตระกูลเดลคาเปลโล (Dell Capello) ซึ่งไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลคาปูเล็ตของจูเลียตในนิยายแม้แต่น้อย แต่วิลเลียม เชกสเปียร์ กวีเอกของโลก ได้หยิบเอามาเป็นฉากในนิยาย ให้เราได้จินตนาการกัน

นักท่องเที่ยวเกือบทุกคนจะต้องมุ่งไปยังรูปปั้นจูเลียต เพื่อเอามือไปลูบหน้าอกด้านซ้ายแล้วอธิษฐานขอให้รักสมหวังยั่งยืน และยังมีกิจกรรมที่ฮิตไม่แพ้กันนั่นก็คือ การขึ้นไปยืนบนระเบียงหินอ่อนเพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ซึ่งเป็นจุดเดียวกันกับที่จูเลียตเคยยืนโดยมีโรมิโอมาคอยเฝ้าขอความรัก

จากนั้นชมสเตเดี้ยมของเมืองเวโรนา Arena หโรงละครกลางแจ้งที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก ตั้งอยู่ภายในบริเวณ Piazza Bra เป็นสถาปัตยกรรมศิลปะโรมันโบราณอายุกว่า 2,000 ปี สามารถจุคนได้กว่า 15,000 คน มีขนาดใหญ่ติด 1 ใน 3 สเตเดี้ยมของอิตาลี ปัจจุบันยังถูกใช้เป็นสถานที่จัดแสดงคอนเสิร์ต โอเปร่า ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเวโรนา

เดินเล่นย่านเมืองเก่า ณ จตุรัส Piazza delle Erbe ที่ตั้งของพระราชวังประวัติศาสตร์แห่งเวโรนา Palazzo Maffei และมีหอคอยให้ขึ้นไปชมวิวได้ด้วยเรียกว่า Torre dei Lamberti หรือ Lamberti Tower สามารถมองเห็นวิวของเมืองเวโรนาทั้งเมือง ในอดีตหอคอยแห่งนี้ใช้สำหรับสังเกตการณ์และเตือนภัยในยุคที่มีสงคราม ซึ่งการขึ้นไปบนหอคอยต้องขึ้นลิฟต์ประมาณ 7 ชั้นและเดินขึ้นบันไดต่อไปอีก 2 ชั้น ซึ่งด้านบนจะมีระฆังเหล็กขนาดยักษ์ส่งเสียงดังกังวานทุกครึ่งชั่วโมง

จากนั้นเดินทางเข้ามิลาน ระยะทาง 160 กม. พารับประทานอาหารเย็น

ค้างคืนมิลาน คืนแรก


9 Milan, Italy


เที่ยวมิลานเต็มวัน เมืองหลวงทางด้านแฟชั่นของโลก วันนี้ พาท่านชมความยิ่งใหญ่อลังการของมหาวิหาร Duomo เป็นมหาวิหารแบบโกธิกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อสร้างเมื่อปี 1386 กว่าจะเสร็จสมบูรณ์ใช้เวลาถึง 427 ปี วัสดุที่ใช้เป็นหินอ่อนเกือบทั้งหลัง ความสูง 157 เมตร กว้าง 92 เมตร หลังคาและตัวอาคารด้านนอกทำเป็นยอดแหลมเป็นรูปนักบุญองค์ต่างๆ 135 ยอด มีรูปสลักพระแม่มาเรียสูง 4 เมตรหุ้มด้วยทองทั้งองค์ อยู่สูงสุด
       
เดินเล่นจัตุรัส Piazza Duomo ที่อยู่ด้านหน้ามหาวิหาร มีพระบรมรูปทรงม้ากษัตริย์ Vittorio Emanuele II (ภาษาอังกฤษ Victor Emanuel II) ประดิษฐานอยู่กลางลานกว้าง เป็นคนที่ก่อตั้งประเทศอิตาลีขึ้นมา จากการรวมแคว้นต่างๆ เข้าด้วยกันจนกลายเป็นประเทศอิตาลี

ชอปปิงที่อาคาร Galleria Vittorio Emanuele II ตัวอาคารมีความหรูหรา โออ่า ซึ่งเป็น shopping malls ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นในปี 1865 โดยตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติให้กับกษัตริย์ Vittorio Emanuele II เป็นอาคารโครงเหล็กกรุกระจก หลังคามีโดมตรงกลาง พื้นปูด้วยหินอ่อนและแกรนิต ผนังประดับด้วยภาพโมเสกและลวดลายปูนปั้นที่สวยงาม มีร้านค้าแฟชั่นมากมาย โดยเฉพาะแบรนด์เนมชื่อดังของอิตาลี และมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ

ชมสโมสรฟุตบอลชื่อดังสองสโมสรอย่าง เอซี มิลาน เเละ อินเตอร์ มิลาน

รวมถึง Santa Maria delle Grazie โบสถ์พร้อมกับคอนแวนต์ของคณะดอมินิกัน มรดกโลกจากยูเนสโก และเป็นที่ตั้งของจิตรกรรมฝาผนังที่มีชื่อเสียงอย่าง “เดอะลาสซัปเปอร์” หรือที่เเปลเป็นไทยง่ายๆ ว่า "พระกระยาหารมื้อสุดท้าย “ ของเลโอนาร์โด ดา วินชี ที่ตั้งอยู่ในบริเวณของหอฉัน (ควรจองตั๋วล่วงหน้า)

ค้างคืนมิลาน คืนที่สอง 

10 Milan, Italy - airport 


ช่วงเช้า นำท่านชมโรงละครโอเปร่า ลาสกาล่า ชมรูปปั้นของ ลีโอนาโด ดาวินชี จิตรกรเอกที่โด่งดัง  มากด้วยความสวยงามของสถาปัตยกรรมในยุคฟื้นฟูคลาสสิก โดยภายในของที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์โรงอุปรากรลา สกาลา ที่มีสิ่งของจัดเเสดงเกี่ยวกับการเเสดงที่เก่าเเก่

เลือกเที่ยวชม สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ในมิลาน ตามควรสนใจของท่าน เช่น 1. พิพิธภัณฑ์ Castello Sforzesco 2. Pinacoteca di Brera ห้องสมุดและหอดูดาว แล้วยังมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ดีที่สุดของอิตาลี 3. Sant’Ambrogio โบสถ์ที่สวยงาม

ราคา

 

ค่ารถวันละ 35,000 บาท

 

ราคารวม
ค่าประกันการเดินทางแบบกลุ่ม ตามกฏหมายกำหนด คุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์

 

ราคาไม่รวม
1.โรงแรมของท่าน
2.ที่จอดรถ จ่ายเป็นรายครั้งไป ตามโปรแกรมท่านเลือกเที่ยวจริง
3.กรณีรถโค้ช ราคาไม่รวม City permit จ่ายเป็นรายครั้งไป ตามโปรแกรมท่านเที่ยวจริง, หากมีเอารถลงเรือ Ferry จ่ายเองหน้างานตามจริง
4.ทิปคนขับ ตามพอใจ แนะนำ วันละ 40 ยูโร/คณะ
5.อื่น ๆ ที่ไม่เขียนว่ารวม เช่น อาหารเที่ยงและเย็น ค่ายกกระเป๋า ณ โรงแรมที่พัก ค่าวีซ่าและค่าตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ ตั๋วท่องเที่ยว จ่ายหน้างานเองตามจริง ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และหัก ณ ที่จ่าย 3%
6.หากต้องการหัวหน้าทัวร์ จ่ายเพิ่มวันละ 16,500 บาท ราคารวมโรงแรมและอาหารหัวหน้าทัวร์แล้ว

 

การจ่ายเงิน

• งวด 1 มัดจำ คณะละ 5,350 บาท สามารถจองผ่านบัตรเครดิต ผ่านหน้าระบบเวบไซต์ได้เลย จากนั้นเราจะออกใบจองทัวร์คอนเฟิร์มให้ท่าน (หากทริปไม่คอนเฟิร์ม จะคืนเงินให้ 100% ภายใน 7 วัน)

• งวดที่ 2 ท่านละ 5,000 บาท ภายใน 7 วัน หลังจากได้รับการคอนเฟิร์มแล้ว

• งวดที่ 3 ท่านละ 25,000 หลังจากวีซ่าผ่านแล้ว หรือ/และก่อนเดินทาง ไม่น้อยกว่า 30 วัน

• งวดที่ 4 ท่านละ ที่เหลือ วันที่ 2 ของทริป หลังจากเราไปรับท่านแล้ว (เพื่อความมั่นใจ)